คู่มือเรียนต่อที่ญี่ปุ่น — โรงเรียนสอนภาษา EJU ค่าใช้จ่ายและขั้นตอนการสมัคร
- เลือกโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นอย่างไร:ประเภทหลักสูตร ทำเล ค่าใช้จ่าย และข้อควรรู้เรื่องวีซ่า
- สรุปค่าใช้จ่ายเรียนต่อที่ญี่ปุ่น:ค่าเล่าเรียน ที่พัก ค่าครองชีพ และงบสำหรับค่าสอบ
- ขั้นตอนการสมัครเรียนต่อที่ญี่ปุ่น:การวางแผนเวลา เอกสารที่ต้องใช้ และขั้นตอนการเตรียมตัว
- EJU คืออะไร?:ภาพรวมข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย วิชาที่สอบ และแนวทางเตรียมตัว
- JLPT กับ EJU ต้องสอบตัวไหน?:ความต่างของสองสนามสอบ และคำแนะนำว่าควรเลือกอันไหน
- นักเรียนจากไต้หวัน: การเตรียมตัวไปเรียนต่อญี่ปุ่น:การเตรียมภาษา รายการเอกสาร และคำแนะนำเรื่องการใช้ชีวิต
- ตัวแทนเรียนต่อญี่ปุ่น: ใช้ตัวแทนฟรีหรือสมัครเองดี?:ตัวแทนที่ไม่คิดค่าบริการ ค่าใช้จ่าย และวิธีเลือกตัวแทน
คำถามที่พบบ่อย
ไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นต้องพูดภาษาญี่ปุ่นได้ก่อนไหม?
ไม่จำเป็นเสมอไป โรงเรียนสอนภาษาหลายแห่งเปิดรับผู้เริ่มต้นที่ยังไม่มีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นเลย และสอนให้ตั้งแต่ต้น แต่ยิ่งภาษาญี่ปุ่นแข็งแรงเท่าไหร่ ทางเลือกในการเรียนต่อมหาวิทยาลัยหรือหางานทำที่ญี่ปุ่นก็ยิ่งเปิดกว้าง ถ้าเป้าหมายคือเข้ามหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น โดยทั่วไปจะต้องมีระดับราว N2
เข้าโรงเรียนสอนภาษาที่ญี่ปุ่นต้องมีผล JLPT ไหม?
โดยทั่วไปโรงเรียนสอนภาษาไม่ได้กำหนดว่าต้องมีใบรับรอง JLPT ตอนสมัคร เพราะโรงเรียนมีข้อสอบจัดระดับของตัวเองอยู่แล้ว แต่ถ้าวางแผนจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นหรือทำงานที่ญี่ปุ่นหลังจบโรงเรียนสอนภาษา หลายที่มักกำหนดไว้ที่ N2 ขึ้นไป
EJU กับ JLPT ต่างกันอย่างไร?
JLPT วัดความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น แบ่งเป็นระดับ N5 ถึง N1 และเป็นที่ยอมรับทั่วโลก ส่วน EJU (การสอบเพื่อเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นสำหรับนักศึกษาต่างชาติ) เป็นข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่จะสมัครเข้ามหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น ครอบคลุมวิชาภาษาญี่ปุ่น วิทยาศาสตร์ ความรู้ทั่วไป และคณิตศาสตร์
เรียนต่อที่ญี่ปุ่นใช้เงินประมาณเท่าไหร่?
ค่าใช้จ่ายต่างกันมากตามพื้นที่และตามโรงเรียน โรงเรียนสอนภาษาในโตเกียวมักเก็บค่าเล่าเรียนราว 1–1.5 ล้านเยนต่อปี และยังมีค่าที่พักกับค่าครองชีพเพิ่มอีกราว 1–2 ล้านเยน ควรตรวจสอบตัวเลขล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของแต่ละโรงเรียนเสมอ
นักเรียนจากไต้หวันควรเริ่มจากโรงเรียนสอนภาษาไหม?
แนะนำอย่างยิ่ง โรงเรียนสอนภาษาให้สภาพแวดล้อมที่ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นแบบเต็มเวลา และมักมีการแนะแนวการเรียนต่อสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจก้าวถัดไป นักเรียนจากไต้หวันจำนวนมากเรียน 6 เดือนถึง 1 ปีก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเรียนต่อมหาวิทยาลัย ทำงานที่ญี่ปุ่น หรือกลับประเทศ
เรียนระยะสั้นกับเรียนระยะยาวต่างกันอย่างไร?
การไปเรียนระยะสั้น (1–3 เดือน) ใช้วีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่าพำนักระยะสั้น ผู้ถือหนังสือเดินทางไต้หวันได้รับการยกเว้นวีซ่าสูงสุด 90 วัน ส่วนผู้ถือหนังสือเดินทางของประเทศหรือเขตแดนอื่นต้องตรวจสอบเงื่อนไขของตนเองกับสถานทูตญี่ปุ่นหรือสถานกงสุลญี่ปุ่นในประเทศที่ตนอยู่ ส่วนการเรียนระยะยาว (ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป) ต้องขอวีซ่านักเรียน มีเอกสารมากกว่า แต่ได้ซึมซับภาษาและวัฒนธรรมลึกกว่า และเหมาะกับคนที่ตั้งเป้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยหรือทำงานที่ญี่ปุ่น
ขอบเขตและข้อจำกัด
- ส่วนนี้เรียบเรียงตามขั้นตอนของผู้ถือหนังสือเดินทางไต้หวัน หากคุณถือหนังสือเดินทางของประเทศหรือเขตแดนอื่น เงื่อนไขวีซ่าและหน่วยงานที่รับเรื่องอาจต่างออกไป กรุณาตรวจสอบกับสถานทูตญี่ปุ่นหรือสถานกงสุลญี่ปุ่นในประเทศที่คุณอยู่
- บริการให้คำปรึกษาและยื่นสมัคร ISI ที่ NTJ ร่วมมือด้วย ปัจจุบันรองรับเฉพาะภาษาจีนตัวเต็มเท่านั้น ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการเป็นภาษาไทย ส่วนเนื้อหาของหน้านี้เป็นภาษาไทย